Translate

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Thailand women's volleyball


วอลเลย์บอลหญิงไทย ประวัตินักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย

       ทีมวอลเลย์บอลหญิงของไทยได้พัฒนาการเล่นมาโดยตลอดจนก้าวขึ้นเป็นทีมระดับแนวหน้าของทวีปเอเชีย โดยคว้าอันดับ 3 การแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียได้ 2 ครั้ง ใoปี ค.ศ. 2001 และ ค.ศ. 2007 ก่อนสร้างประวัติศาสตร์เมื่อสามารถเอาชนะทีมชาติจีน 3-1 เซต เป็นแชมป์ทวีปเอเชียเป็นครั้งแรกในการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียในปี ค.ศ. 2009 ที่สนามกวนเงือ ประเทศเวียดนาม ทำให้ได้เป็นตัวแทนทวีปเอเชียไปแข่งขัน วอลเลย์บอลเวิลด์แกรนด์แชมป์เปี้ยนคัพในปี ค.ศ. 2009 จากนั้นในปี ค.ศ. 2012 สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้อีกครั้ง เมื่อสามารถคว้าแชมป์วอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชียนคัพมาครองเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะทีมชาติจีนได้อีกครั้ง 3-1 เซต ที่ประเทศคาซัคสถาน ต่อมาในปี ค.ศ. 2013 สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ในการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศไทย เมื่อสามารถคว้าแชมป์ในการแข่งขันรายการนี้ได้อีกครั้ง หลังเอาชนะทีมชาติญี่ปุ่น 3-0 เซตในรอบชิงชนะเลิศ นับเป็นการคว้าแชมป์เอเชียครั้งที่ 2 โดยเป็นการคว้าแชมป์ในประเทศไทยได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย จากการคว้าแชมป์ทำให้ได้สิทธิ์ไปแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์แกรนด์แชมป์เปี้ยนคัพที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ในฐานะแชมป์ของทวีปเอเชีย โดยสร้างผลงานคว้าอันดับ 5 มาครอง

ปัจจุบันทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยเป็นทีมวอลเลย์บอลหญิงอันดับ 12 ของโลก และยังคงเดินหน้าสร้างความสำเร็จต่อไป โดยมีชาวไทยทั่วประเทศสนใจให้การสนับสนุนและติดตามอย่างใกล้ชิด จนถือได้ว่าเป็นทีมกีฬาที่ครองใจมหาชนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว




นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

 นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย







วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

MALIKA KUNTHONG









     มลิกา กันทอง ประวัติ วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ตำแหน่ง UNIVERSAL เจ้าของฉายา ตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญของทีมชาติไทย

         สำหรับคนทั่วไปที่ชมการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล อาจคิดว่า ผู้เล่นโดดเด่นและมีฝีมือ น่าจะเป็นนักตบที่มีลีลาเร้าใจ แต่แท้จริงแล้วการแข่งขันวอลเลย์บอล ซึ่งถือเป็นกีฬาประเภททีม หากผู้เล่นแต่ละคนขาดทักษะที่ดี หรือไม่เล่นเป็นทีมเวิร์ก การก้าวไปสู่ความสำเร็จคงเป็นเรื่องยากลำบากมากเลยทีเดียว

         ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำผู้เล่นอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนทีมที่จะขาดไม่ได้ นั่นคือ มลิกา กันทอง นักตบสาวจากเมืองอ่างทอง ที่ถูกขนานนามว่า เป็นตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญของทีมชาติไทย ทั้งนี้ มลิกา กันทอง เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ตำแหน่ง UNIVERSAL ที่เรียกกันว่า ผู้เล่นอเนกประสงค์ ที่สามารถตีลูกได้ทั้งหัวเสาซ้ายขวา บอลโค้งหน้า บอลกลาง และบอลเสิร์ฟ

         สำหรับประวัติ มลิกา กันทอง มีชื่อเล่นว่า ปู เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 จบการศึกษาปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ส่วนเส้นทางสู่วงการวอลเลย์บอลนั้น มลิกาได้รู้จักกีฬาวอลเลย์บอลครั้งแรก เมื่อตอนอายุ 12 ปี ขณะกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.6

         จากนั้นในช่วงมัธยม มลิกาได้รับการฝึกซ้อมวอลเลย์บอลจาก 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรี และโรงเรียนอุลิตไพบูลย์ จ.ชัยนาท จนทำให้ฝีมือเริ่มพัฒนามากขึ้น และขณะที่เรียนอยู่ชั้น ม.4 ก็ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนยุวชนทีมชาติไทย เพื่อลงแข่งชิงแชมป์อาเซียนกับชิงแชมป์เอเชีย


 ในเวลาต่อมา มลิกาได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยรัตบัณฑิต ควบคู่ไปกับการเก็บตัวซ้อมในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทย เพื่อเตรียมไปแข่งขันเอเชียนเกมส์  โดยได้รับเลือกเป็นผู้เล่นในตำแหน่ง UNIVERSAL ซึ่งสามารถโชว์ลีลาการเล่นได้หลากหลาย

         แม้ลูกตบของมลิกาจะไม่ดุดันและรุนแรงเท่าตัวตบหัวเสาคนอื่น ๆ แต่เพราะทิศทางการวางบอลที่คาดเดาได้ยาก ทั้งการเสิร์ฟบอล ตบบอลเร็ว การขึ้นบล็อก และแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ จนทำให้ทีมชาติไทยสามารถคว้าคะแนนจากทีมคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง พิสูจน์ได้จากทักษะและไหวพริบในแมตช์ล่าสุด การแข่งขันวอลเลย์บอลศึกเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2013 ที่มลิกาโชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดีเยี่ยม จนสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ หรือ "ไอวีบี" ได้จัดสถิติให้ มลิกา เป็นตัวตบยอดเยี่ยมอันดับที่ 13 ของรายการ

         จากความสามารถในการขับเคลื่อนการเล่มของทีมชาติไทย ให้ไหลลื่นไปข้างหน้าได้เป็นอย่างดี จึงทำให้มลิกาได้รับฉายาว่า ตัวเปลี่ยนเกม ซึ่งตั้งแต่เริ่มเข้าสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพ ฝีไม้ลายมือของมลิกาก็ไปเข้าตาสโมสรต่างประเทศหลายแห่ง จนปัจจุบันได้สังกัดสโมสรชื่อดัง อิกติซาดชิ บากู วีซี ของประเทศอาเซอร์ไบจาน นั่นเอง

WANNA BUAKAEW





  วรรณา บัวแก้ว ลิโบโร่จอมเก๋าของไทย ประวัติวรรณา บัวแก้ว เป็นผู้มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ แม้จะเคยพลาดล้มมาหลายครั้งก็ตาม

         สำหรับแฟนวอลเลย์บอล หรือผู้ที่ติดตามวอลเลย์บอลแล้ว คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก วรรณา บัวแก้ว มือลิโบโร่ หรือตัวรับอิสระของทีมชาติไทย ที่อยู่รับใช้ชาติมาอย่างยาวนาน และได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการใหญ่  ๆ มากมาย ทั้งความมุ่งมั่น ตั้งใจ การฝึกฝนฝึกซ้อมที่เด็ดเดี่ยว ทำให้ วรรณา บัวแก้ว ติดทีมชาติได้ตลอด แม้ว่าจะมีบางครั้งที่เธอหลุดจากทีมชาติบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับสาวคนนี้กันจ้า

      วรรณา บัวแก้ว หรือ นา เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2524 ปัจจุบันอายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว วรรณา บัวแก้ว สูง 172 เซนติเมตร น้ำหนัก 54 กิโลกรัม เธอเริ่มเล่นวอลเลย์บอลตั้งแต่เรียนระดับชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนหนองกะพ้อ จังหวัดสระแก้ว จากนั้นจึงมาเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ก่อนที่จะเรียนจบระดับชั้นปริญญาตรี และปริญญาโท จาก มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

       เห็น วรรณา บัวแก้ว ทำหน้าที่ลิโบโร่ได้เก่งขนาดนี้ แต่รู้ไหมว่า จริง ๆ แล้ว เธอเริ่มเล่นวอลเลย์บอลในตำแหน่งตบหัวเสามาก่อน ก่อนจะหันมาเล่นตำแหน่งบล็อกกลางและบอลเร็ว จนได้มีโอกาสไปรับใช้ชาติตั้งแต่ปี 2539 และได้มีโอกาสลงเล่นในรายการวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย ปี พ.ศ. 2540 ซึ่งในครั้งนั้น ประเทศไทยทำได้ถึงอันดับที่ 5

        จะว่าไปแล้ว วรรณา บัวแก้ว ถือได้ว่าเป็นเจ้าแม่กีฬาซีเกมส์คนหนึ่งเลย เพราะตั้งแต่กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 21 ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา เธอก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมที่พาทีมคว้าแชมป์ซีเกมส์มาครองทุกสมัย จนถึงซีเกมส์ปี 2552 ที่เวียดนาม ก็เท่ากับว่าเธอได้คล้องเหรียญทองซีเกมส์ไปถึง 5 สมัยเลยทีเดียว

      นอกจากนี้ วรรณา บัวแก้ว ยังเคยได้ลงเล่นในรายการวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชียมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2544 ที่จบด้วยผลงานอันดับที่ 5 และติดทีมลงเล่นในรายการนี้มาอย่างต่อเนื่อง บางปีก็ได้ที่ 6 บางปีก็ได้ที่ 5 ที่ 4 ที่ 3 แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ทีมชาติไทยก็พัฒนามาเรื่อย ๆ กระทั่งมาสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการโค่นเต็ง 1 อย่างจีน คว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2009 ที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม ได้สำเร็จ และวรรณาก็คว้ารางวัลลิโบโร่ยอดเยี่ยมมาครองได้อีก 1 รางวัลด้วย ก่อนจะติดทีมมาแข่งในปี 2013 ซึ่งเธอก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ชาวไทยผิดหวัง เพราะเธอโชว์ฝีมือรับลูกตบสุดหินได้หลายต่อหลายครั้ง ส่งให้สาวไทยคว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 2

        ส่วนการแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์กรังด์ปรีซ์นั้น วรรณา บัวแก้ว ก็ได้ติดทีมชาติไปเล่นในรายการนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 (จบอันดับ 8) , พ.ศ. 2546 (จบอันดับ 9), พ.ศ. 2547 (จบอันดับ 10), พ.ศ. 2548 (จบอันดับ 12),  พ.ศ. 2549 (จบอันดับ 11), พ.ศ. 2551 (จบอันดับ 11), พ.ศ. 2552 (อันดับ 8), พ.ศ. 2553 (อันดับ 10) และผลงานที่ดีที่สุดคือการคว้าอันดับที่ 4 ในปี พ.ศ. 2555

       ในส่วนของการรับใช้สโมสรนั้น วรรณา บัวแก้ว เริ่มต้นการเล่นให้กับทีม เป๊ปซี่ กรุงเทพ ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับทีมจอห์นสัน สเปซาโน ในประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ไปเล่นให้กับสโมสรในยุโรป และ วรรณา บัวแก้ว ยังเคยเล่นให้กับอิกติซาดชิ บากู วีซี ประเทศอาเซอร์ไบจาน ระหว่างปี 2552–2553 ก่อนที่จะกลับมาเล่นให้กับทีม หนองคาย วีซี, ไซโจเด็นกิ-นครนนทบุรี และ ช้าง ปัจจุบัน วรรณา บัวแก้ว กลับมาเล่นให้กับสโมสร อิกติซาดชิ บากู วีซี อีกครั้งหนึ่ง

       อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี พ.ศ. 2553-2554 วรรณา บัวแก้ว หลุดทีมชาติไป 1 ปี ซึ่งในตอนนั้น เธอเองก็คิดในใจว่าอาจจะลาทีมชาติ และหันมารับทำงานประจำที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กองพัฒนาธุรกิจ เธอไม่มีชื่อติดทีมสโมสรหญิงชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศเวียดนาม เนื่องจากฟอร์มที่ไม่ดีและอายุที่มากขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุทำให้วรรณา บัวแก้ว คิดจะเลิกเล่นทีมชาติถาวร แต่ด้วยกำลังใจจากแฟนคลับและน้อง ๆ ในทีม ทำให้วรรณา บัวแก้ว ฮึดสู้ เพื่อกลับมาแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติอีกครั้ง

ONUMA SITTIRAK








  แม้ว่าไทยจะไม่ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกวอลเลย์บอลหญิง เวิลด์ กรังปรีซ์ 2013 ที่เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น แต่ อรอุมา สิทธิรักษ์ มือตบสาวทีมชาติไทยก็สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เวิลด์ กรังปรีซ์ 2013 รอบคัดเลือก ด้วยการทำคว้าอันดับ 9 มือตบยอดเยี่ยม และอันดับ 6 มือเสิร์ฟยอดเยี่ยมอีกด้วย

          สำหรับประวัติอรอุมา สิทธิรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2529 ที่ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี มีชื่อเล่นว่า อร, ออน ขณะที่ประวัติทางด้านการศึกษา อรอุมาจบการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ในระดับปริญญาตรี และกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

          ส่วนรูปแบบการเล่น อรอุมาเล่นในตำแหน่งมือตบหัวเสา มีจุดเด่นที่พลังตบอันหนักแน่น และการเสิร์ฟอันหนักหน่วง โดยเธอนั้นติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2006 ในการแข่งขันเอเชียน เกมส์ ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ขณะที่ปัจจุบันนี้ เธอกำลังเล่นให้กับสโมสรอิกติซาดชิ บากู วีซี ประเทศอาเซอร์ไบจาน

TAPAPAIPAN CHAISRI





ฐาปไพพรรณ ไชยศรี ประวัติ  นักวอลเลย์หญิงไทยซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งรุกและรับของทีมชาติไทย

         
เรียกได้ว่าเป็นนักกีฬาอีกหนึ่งชุดที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยไม่น้อยทีเดียว สำหรับนักวอลเลย์บอลสาวไทยชุดทีมชาติ ที่ไม่ว่าลงแข่งแมตช์ไหนก็มันส์หยด จนคนไทยลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว

          
และก่อนหน้านี้เพื่อน ๆ ได้ทำความรู้จักกับนักวอลเลย์บอลหญิงกันไปบ้างแล้วไม่ว่าจะเป็น ปลื้มจิตร์ ถินขาว, นุศรา ต้อมคำ ฯลฯ วันนี้กระปุกดอทคอมก็ขอพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับ บะหมี่ ฐาปไพพรรณ ไชยศรี อีกหนึ่งนักวอลเลย์บอลสาวไทยคนเก่งของทีมชาติซึ่งมีบทบาททั้งรุกและรับ ที่ถึงแม้จะเป็นสาวตัวเล็ก แต่ฝีมือไม่ได้เล็กตามตัวจริง ๆ

         
สำหรับ บะหมี่ ฐาปไพพรรณ ไชยศรี เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2532 ที่ จ.ขอนแก่น บะหมี่ ฐาปไพพรรณ เริ่มเล่นวอลเลย์บอลครั้งแรกตอนอายุ 9 ขวบและเป็นตัวสำรองมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง ป.5ได้ลงสนามตัวจริงเล่นตำแหน่งตัวตบ แต่ไม่เคยได้ตบ เนื่องจากตัวเล็ก เพื่อนจึงไม่กล้าจ่ายบอลให้ จนกระทั่ง ม.1 ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่จนสามารถได้เป็นตัวแทนนักกีฬาโรงเรียน และช่วง ม.6 บะหมี่ก็มาฝึกซ้อมอยู่กับแคมป์ทีมชาติ จนกระทั่งเรียนปี จึงติดเป็นตัวสำรองทีมชาติไทย โดยเล่นเป็นตัวรับลงแข่งขันครั้งแรกคือ คัดโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะได้เป็นลิเบอโร่ในรายการสโมสรหญิงชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ที่ประเทศเวียดนาม

          
และแน่นอนการเป็นลิเบอโร่สร้างความกดดันให้กับ บะหมี่ เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่เธอไม่ถนัดเอาเสียเลย โดย บะหมี่ เล่าว่า ''ตอนที่เล่นเป็นลิเบอโร่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เลย อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้ชอบมันตั้งแต่แรก มันเลยเหมือนฝืนความอยากของตัวเอง ตอนนั้นรู้สึกกดดัน เพราะการเป็นลิเบอโร่มันต้องรับบอลเป๊ะมาก แต่สุดท้ายก็ได้กลับมาเล่นตัวตีเหมือนเดิม เพราะหลังจากนั้นแป้น (ปิยะนุช แป้นน้อย) ก็เข้ามาเล่นในตำแหน่งลิเบอโร่แทน ร่วมกับ พี่นา (วรรณา บัวแก้ว)''

         
แม้หลาย ๆ นัด บะหมี่ จะได้แค่ยืนข้างขอบสนาม เพื่อเป็นแรงเชียร์ให้พี่และเพื่อน ๆ แต่เธอไม่เคยถอดใจที่จะรับใช้ชาติ และยังคงฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาฝีมือของตัวเองต่อไป จนในที่สุดเธอก็มีโอกาสแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในการแข่งขันเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2012 ที่นครปฐม ซึ่ง ฐาปไพพรรณ คือหนึ่งในประวัติศาสตร์การแข่งขันที่ถูกจารึก หลังสาวไทยเฉือนชนะทีมชาติคิวบา 3-2 เซต

          
โดย บะหมี่ กล่าวว่า "กลับมาเล่นเป็นตัวตีอีกครั้งตอนแข่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 2012 ที่นครปฐม จำได้เลยเพราะเล่นกับคิวบา และเหมือนว่าเราเป็นตัวเปลี่ยนเกม โดยก่อนลงสนามโดนโค้ชอ๊อด (เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร) จับซ่อม เพราะทำไม่ได้เหมือนที่เขาอยากจะให้เป็น ทนไม่ไหวพอซ่อมเสร็จก็ร้องไห้ โมโหด้วย ความซวยเลยไปตกที่คิวบา ถือว่านัดนั้นระเบิดการเล่นออกมาเต็มที่ เล่นแบบไม่คิดอะไรเลย ต้องขอบคุณโค้ชที่ซ่อมจนโมโหและกลายเป็นเล่นได้ดี"

         
และไม่เพียงแค่แมตช์คิวบาเพียงแมตช์เดียวเท่านั้น แต่บะหมี่ยังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ซึ่งดวลกับเจ้าถิ่นอย่างจีน โดยนัดนั้น บะหมี่ ถูกส่งลงไปเล่นแทน กัปตันกิ๊ฟ วิลาวัณย์ และเธอก็สามารถขึ้นหัวเสากำราบคู่แข่งจากจีนได้ ก่อนที่สาวไทยสร้างประวัติศาสตร์คว่ำสาวจีนในแผ่นดินใหญ่ได้เป็นครั้งแรก โดย บะหมี่ เป็นผู้ที่สร้างความปั่นป่วนและกดดันผู้เล่นจีนทั้งตบและบล็อก แม้เธอจะมีส่วนสูงที่เตี้ยที่สุด แต่กลับกระโดดได้สูงถึง 295 เซนติเมตร ใกล้เคียงกับ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ และ ปลื้มจิตร์ ถินขาว จนกระทั่งนัดนั้นเธอถูกยกให้เป็น ''woman of the match'' เลยทีเดียว


NOOTSARA TOMKOM




 นุศรา ต้อมคำ นักวอลเลย์บอลหญิงไทย โดย นุศรา   ต้อมคำ คว้ารางวัลเซ็ตเตอร์ยอดเยี่ยม 

          คนไทยทั้งประเทศได้มีความสุขทุกครั้งที่เห็นนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยลงสนาม เพราะไม่ว่าจะเจอกับคู่ต่อสู้ที่ฝีมือร้ายกาจขนาดไหน พวกเธอก็ทุ่มเททุกครั้งที่ลงแข่งขัน ทำให้ไม่ว่าจะผลจะออกมาแพ้ หรือชนะ นักวอลเลย์บอลสาวไทยทุกคนก็คือผู้ชนะที่อยู่ในใจของแฟน ๆ วอลเลย์บอลชาวไทยทุกคนไปเรียบร้อยแล้ว

          และหนึ่งในสมาชิกทีมวอลเลย์บอลที่หนุ่ม ๆ แอบปลื้มมากเป็นพิเศษก็คือ "นุศรา ต้อมคำ" เซตเตอร์สาวตากลม เจ้าของรางวัลมือเซตระดับโลกในหลาย ๆ รายการ เอ้า! ใครอยากรู้จัก "นุศรา ต้อมคำ" บ้างเอ่ย แล้วหัวใจของสาวสวยคนนี้มีเจ้าของหรือยังนะ ตามมารู้จักเธอกันเลยจ้า

    นุศรา ต้อมคำ หรือ นุช เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ตำแหน่งตัวเซต (Setter) แต่เพื่อน ๆ ในทีมจะชอบเรียกว่า "ซาร่า" ซึ่งมาจากชื่อภาษาอังกฤษของเธอนั่นเอง เธอเกิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2528 ที่จังหวัดราชบุรี จบการศึกษาปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

          สำหรับเส้นทางเข้าสู่วงการวอลเลย์บอลนั้น นุศรา เริ่มเล่นวอลเลย์บอลตั้งแต่อายุ 10 ปี ขณะเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา ที่จังหวัดราชบุรี โดยเธอเล่าว่า พี่สาวของเธอเป็นนักวอลเลย์บอลมาก่อน เธอจึงได้มีโอกาสไปช่วยเก็บบอลอยู่ตามสนามบ้าง ประกอบกับพ่อแม่อยากให้เล่นกีฬาอยู่แล้ว จึงเลือกเล่นวอลเลย์บอลตามพี่สาว ตอนแรกนุศรา ไม่ชอบเล่นวอลเลย์บอลเลย ออกจะชอบเล่นปิงปองมากกว่า แต่เพราะทางโรงเรียนเน้นกีฬาวอลเลย์บอลมากกว่า นุศรา จึงเลือกเล่นวอลเลย์บอลมากเป็นพิเศษ

         จากนั้น เมื่อ นุศรา ได้ลงแข่งขันในหลาย ๆ ครั้งอย่างจริง ๆ จัง ๆ เธอก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่าจะไปได้ดีกับกีฬาชนิดนี้ หลาย ๆ คนก็มองว่า เธอมีแวว มีพรสวรรค์ จนกระทั่งในที่สุด นุศรา ก็มีชื่อติดในชุดเยาวชนทีมชาติ ทั้งที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำได้ เพราะตอนนั้นเลือกเล่นกีฬา เพราะแค่อยากจะเรียนฟรี อยากได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัยฟรีมากกว่า


 แต่แล้ว ผลงานการเป็นตัวเซตของ นุศรา ก็โดดเด่นสุด ๆ จนเธอได้ขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ แม้จะมีส่วนสูงเพียง 169 เซนติเมตร ซึ่งเทียบกันในกลุ่มนักวอลเลย์บอลแล้วไม่สูงมาก แต่ นุศรา ก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม และเล่นตำแหน่งตัวเซตมาตลอด ซึ่ง นุศรา บอกว่า ตัวเซตถือเป็นหัวใจสำคัญของทีม ค่อนข้างที่จะเล่นยากพอสมควร เพราะว่าเราต้องโดนบอลทุกลูก คนที่จะเป็นตัวเซตได้จำเป็นต้องมีไหวพริบ ความคิดหลาย ๆ อย่างประกอบกัน ซึ่งเราต้องควบคุมเกม บัญชาเกม และสั่งเกมอยู่ตลอดเวลา

          ผลงานการเป็นตัวเซตของ นุศรา ทำให้นานาชาติประจักษ์มาแล้ว เพราะในการแข่งขันทัวร์นาเมนท์ระดับใหญ่ ๆ ทั้งในภูมิภาค ทวีป หรือระดับโลก นุศรา ก็กวาดรางวัลมือเซตยอดเยี่ยมมามากมายหลายรายการ จนแฟนวอลเลย์บอลทั่วโลกรู้จักชื่อของเธอในฐานะมือเซตยอดเยี่ยมคนหนึ่งของโลก และแน่นอน เกียรติประวัตินี้ก็ทำให้เธอเป็นตัวเซตที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีมชาติไทยอีกหนึ่งคน นอกเหนือจาก ปริม อินทวงษ์ ซึ่งเป็นตัวเซตที่สร้างประวัติศาสตร์คนแรกของประเทศ

 มาที่เรื่องหัวใจกันบ้างดีกว่า เห็นหน้าตาน่ารักแบบนี้คงไม่ต้องถามว่า หัวใจของสาวนุชมีคนจับจองแล้วหรือยัง เพราะหนุ่ม ๆ ได้อกหักแน่นอน เพราะเจ้าตัวมีหนุ่มในใจเรียบร้อยแล้ว และหนุ่มผู้โชคดีคนนั้นมีชื่อว่า "ต๋ง" ที่วรรณา บัวแก้ว รุ่นพี่ในทีมวอลเลย์บอลแนะนำให้รู้จัก โดย "ต๋ง" คนนี้ เป็นน้องชายของเพื่อนวรรณา และมีอายุมากกว่า นุศรา 2 ปี ซึ่งทั้งสองคนก็คบหาดูใจกันมาได้พักใหญ่แล้ว ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อน ๆ ที่ยุให้ทั้งคู่มีข่าวดีสักที

           แหม...ประสบความสำเร็จทั้งเรื่องวอลเลย์บอล และความรักแบบนี้ ต้องเรียกว่า ลักกี้อินเกม ลักกี้อินเลิฟ น่าอิจฉาจริง ๆ เลย อิอิ เอ้า...แฟน ๆ ทีมวอลเลย์บอลอย่าลืมเชียร์นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยให้โชว์ฟอร์มเจ๋ง ๆ ในรายการอื่น ๆ ต่อไปด้วยนะจ๊ะ