วรรณา บัวแก้ว ลิโบโร่จอมเก๋าของไทย ประวัติวรรณา
บัวแก้ว เป็นผู้มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ แม้จะเคยพลาดล้มมาหลายครั้งก็ตาม
สำหรับแฟนวอลเลย์บอล หรือผู้ที่ติดตามวอลเลย์บอลแล้ว คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก วรรณา บัวแก้ว มือลิโบโร่ หรือตัวรับอิสระของทีมชาติไทย ที่อยู่รับใช้ชาติมาอย่างยาวนาน และได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการใหญ่ ๆ มากมาย ทั้งความมุ่งมั่น ตั้งใจ การฝึกฝนฝึกซ้อมที่เด็ดเดี่ยว ทำให้ วรรณา บัวแก้ว ติดทีมชาติได้ตลอด แม้ว่าจะมีบางครั้งที่เธอหลุดจากทีมชาติบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับสาวคนนี้กันจ้า
วรรณา บัวแก้ว หรือ นา เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2524 ปัจจุบันอายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว วรรณา บัวแก้ว สูง 172 เซนติเมตร น้ำหนัก 54 กิโลกรัม เธอเริ่มเล่นวอลเลย์บอลตั้งแต่เรียนระดับชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนหนองกะพ้อ จังหวัดสระแก้ว จากนั้นจึงมาเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ก่อนที่จะเรียนจบระดับชั้นปริญญาตรี และปริญญาโท จาก มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต
เห็น วรรณา บัวแก้ว ทำหน้าที่ลิโบโร่ได้เก่งขนาดนี้ แต่รู้ไหมว่า จริง ๆ แล้ว เธอเริ่มเล่นวอลเลย์บอลในตำแหน่งตบหัวเสามาก่อน ก่อนจะหันมาเล่นตำแหน่งบล็อกกลางและบอลเร็ว จนได้มีโอกาสไปรับใช้ชาติตั้งแต่ปี 2539 และได้มีโอกาสลงเล่นในรายการวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย ปี พ.ศ. 2540 ซึ่งในครั้งนั้น ประเทศไทยทำได้ถึงอันดับที่ 5
จะว่าไปแล้ว วรรณา บัวแก้ว ถือได้ว่าเป็นเจ้าแม่กีฬาซีเกมส์คนหนึ่งเลย เพราะตั้งแต่กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 21 ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา เธอก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมที่พาทีมคว้าแชมป์ซีเกมส์มาครองทุกสมัย จนถึงซีเกมส์ปี 2552 ที่เวียดนาม ก็เท่ากับว่าเธอได้คล้องเหรียญทองซีเกมส์ไปถึง 5 สมัยเลยทีเดียว
นอกจากนี้ วรรณา บัวแก้ว ยังเคยได้ลงเล่นในรายการวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชียมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2544 ที่จบด้วยผลงานอันดับที่ 5 และติดทีมลงเล่นในรายการนี้มาอย่างต่อเนื่อง บางปีก็ได้ที่ 6 บางปีก็ได้ที่ 5 ที่ 4 ที่ 3 แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ทีมชาติไทยก็พัฒนามาเรื่อย ๆ กระทั่งมาสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการโค่นเต็ง 1 อย่างจีน คว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2009 ที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม ได้สำเร็จ และวรรณาก็คว้ารางวัลลิโบโร่ยอดเยี่ยมมาครองได้อีก 1 รางวัลด้วย ก่อนจะติดทีมมาแข่งในปี 2013 ซึ่งเธอก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ชาวไทยผิดหวัง เพราะเธอโชว์ฝีมือรับลูกตบสุดหินได้หลายต่อหลายครั้ง ส่งให้สาวไทยคว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 2
ส่วนการแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์กรังด์ปรีซ์นั้น วรรณา บัวแก้ว ก็ได้ติดทีมชาติไปเล่นในรายการนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 (จบอันดับ 8) , พ.ศ. 2546 (จบอันดับ 9), พ.ศ. 2547 (จบอันดับ 10), พ.ศ. 2548 (จบอันดับ 12), พ.ศ. 2549 (จบอันดับ 11), พ.ศ. 2551 (จบอันดับ 11), พ.ศ. 2552 (อันดับ 8), พ.ศ. 2553 (อันดับ 10) และผลงานที่ดีที่สุดคือการคว้าอันดับที่ 4 ในปี พ.ศ. 2555
ในส่วนของการรับใช้สโมสรนั้น วรรณา บัวแก้ว เริ่มต้นการเล่นให้กับทีม เป๊ปซี่ กรุงเทพ ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับทีมจอห์นสัน สเปซาโน ในประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ไปเล่นให้กับสโมสรในยุโรป และ วรรณา บัวแก้ว ยังเคยเล่นให้กับอิกติซาดชิ บากู วีซี ประเทศอาเซอร์ไบจาน ระหว่างปี 2552–2553 ก่อนที่จะกลับมาเล่นให้กับทีม หนองคาย วีซี, ไซโจเด็นกิ-นครนนทบุรี และ ช้าง ปัจจุบัน วรรณา บัวแก้ว กลับมาเล่นให้กับสโมสร อิกติซาดชิ บากู วีซี อีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี พ.ศ. 2553-2554 วรรณา บัวแก้ว หลุดทีมชาติไป 1 ปี ซึ่งในตอนนั้น เธอเองก็คิดในใจว่าอาจจะลาทีมชาติ และหันมารับทำงานประจำที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กองพัฒนาธุรกิจ เธอไม่มีชื่อติดทีมสโมสรหญิงชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศเวียดนาม เนื่องจากฟอร์มที่ไม่ดีและอายุที่มากขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุทำให้วรรณา บัวแก้ว คิดจะเลิกเล่นทีมชาติถาวร แต่ด้วยกำลังใจจากแฟนคลับและน้อง ๆ ในทีม ทำให้วรรณา บัวแก้ว ฮึดสู้ เพื่อกลับมาแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติอีกครั้ง
ในปี พ.ศ. 2555 วรรณา บัวแก้ว ได้กลับมาแข่งขันในรายการ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ อีกครั้ง และในครั้งนี้ เธอสามารถพาทีมชาติไทยไปได้ไกลถึงอันดับที่ 4 แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอไปถึงฝั่งฝัน เพราะทีมชาติไทยไม่สามารถไปเล่นในกีฬาโอลิมปิก ปี ค.ศ. 2012 ที่กรุงลอนดอน ซึ่งกีฬาโอลิมปิกเอง ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ทัวร์นาเมนต์เดียว ที่วรรณา บัวแก้ว ยังไม่เคยสัมผัส
ในปี พ.ศ. 2556 วรรณา บัวแก้ว ไม่มีชื่อติดทีมชาติไปเล่นในรายการ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ แต่เธอเองก็ไม่หวั่น เพราะอยากเปิดทางให้กับเด็กรุ่นใหม่ และด้วยสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม อยากเก็บร่างกายไว้เล่นทัวร์นาเมนต์อื่น ๆ มากกว่า
อย่างไรก็ตาม ด้วยผลงานอันโดดเด่นที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติหลายครั้ง ก็ทำให้ วรรณา บัวแก้ว ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นตติยดิเรกคุณาภรณ์ (ต.ภ.) ในปี พ.ศ. 2553 สร้างความปลาบปลื้มให้กับตัวเธอและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง
ในเรื่องชีวิตส่วนตัวนั้น วรรณา บัวแก้ว มักจะชอบช้อปปิ้ง หาของกินอร่อย ๆ และที่สำคัญคือ ชอบดูละคร เธอบอกว่ายิ่งละครน้ำเน่ายิ่งชอบ ^^ ส่วนดาราที่ชื่นชอบนั้น ก็คือคู่ขวัญคนดังอย่าง ณเดชน์ ญาญ่า และนางเอกสาวสุดฮอต อั้ม พัชราภา นั่นเอง
สำหรับแฟนวอลเลย์บอล หรือผู้ที่ติดตามวอลเลย์บอลแล้ว คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก วรรณา บัวแก้ว มือลิโบโร่ หรือตัวรับอิสระของทีมชาติไทย ที่อยู่รับใช้ชาติมาอย่างยาวนาน และได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการใหญ่ ๆ มากมาย ทั้งความมุ่งมั่น ตั้งใจ การฝึกฝนฝึกซ้อมที่เด็ดเดี่ยว ทำให้ วรรณา บัวแก้ว ติดทีมชาติได้ตลอด แม้ว่าจะมีบางครั้งที่เธอหลุดจากทีมชาติบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับสาวคนนี้กันจ้า
วรรณา บัวแก้ว หรือ นา เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2524 ปัจจุบันอายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว วรรณา บัวแก้ว สูง 172 เซนติเมตร น้ำหนัก 54 กิโลกรัม เธอเริ่มเล่นวอลเลย์บอลตั้งแต่เรียนระดับชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนหนองกะพ้อ จังหวัดสระแก้ว จากนั้นจึงมาเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ก่อนที่จะเรียนจบระดับชั้นปริญญาตรี และปริญญาโท จาก มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต
เห็น วรรณา บัวแก้ว ทำหน้าที่ลิโบโร่ได้เก่งขนาดนี้ แต่รู้ไหมว่า จริง ๆ แล้ว เธอเริ่มเล่นวอลเลย์บอลในตำแหน่งตบหัวเสามาก่อน ก่อนจะหันมาเล่นตำแหน่งบล็อกกลางและบอลเร็ว จนได้มีโอกาสไปรับใช้ชาติตั้งแต่ปี 2539 และได้มีโอกาสลงเล่นในรายการวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย ปี พ.ศ. 2540 ซึ่งในครั้งนั้น ประเทศไทยทำได้ถึงอันดับที่ 5
จะว่าไปแล้ว วรรณา บัวแก้ว ถือได้ว่าเป็นเจ้าแม่กีฬาซีเกมส์คนหนึ่งเลย เพราะตั้งแต่กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 21 ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา เธอก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมที่พาทีมคว้าแชมป์ซีเกมส์มาครองทุกสมัย จนถึงซีเกมส์ปี 2552 ที่เวียดนาม ก็เท่ากับว่าเธอได้คล้องเหรียญทองซีเกมส์ไปถึง 5 สมัยเลยทีเดียว
นอกจากนี้ วรรณา บัวแก้ว ยังเคยได้ลงเล่นในรายการวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชียมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2544 ที่จบด้วยผลงานอันดับที่ 5 และติดทีมลงเล่นในรายการนี้มาอย่างต่อเนื่อง บางปีก็ได้ที่ 6 บางปีก็ได้ที่ 5 ที่ 4 ที่ 3 แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ทีมชาติไทยก็พัฒนามาเรื่อย ๆ กระทั่งมาสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการโค่นเต็ง 1 อย่างจีน คว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2009 ที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม ได้สำเร็จ และวรรณาก็คว้ารางวัลลิโบโร่ยอดเยี่ยมมาครองได้อีก 1 รางวัลด้วย ก่อนจะติดทีมมาแข่งในปี 2013 ซึ่งเธอก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ชาวไทยผิดหวัง เพราะเธอโชว์ฝีมือรับลูกตบสุดหินได้หลายต่อหลายครั้ง ส่งให้สาวไทยคว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 2
ส่วนการแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์กรังด์ปรีซ์นั้น วรรณา บัวแก้ว ก็ได้ติดทีมชาติไปเล่นในรายการนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 (จบอันดับ 8) , พ.ศ. 2546 (จบอันดับ 9), พ.ศ. 2547 (จบอันดับ 10), พ.ศ. 2548 (จบอันดับ 12), พ.ศ. 2549 (จบอันดับ 11), พ.ศ. 2551 (จบอันดับ 11), พ.ศ. 2552 (อันดับ 8), พ.ศ. 2553 (อันดับ 10) และผลงานที่ดีที่สุดคือการคว้าอันดับที่ 4 ในปี พ.ศ. 2555
ในส่วนของการรับใช้สโมสรนั้น วรรณา บัวแก้ว เริ่มต้นการเล่นให้กับทีม เป๊ปซี่ กรุงเทพ ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับทีมจอห์นสัน สเปซาโน ในประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ไปเล่นให้กับสโมสรในยุโรป และ วรรณา บัวแก้ว ยังเคยเล่นให้กับอิกติซาดชิ บากู วีซี ประเทศอาเซอร์ไบจาน ระหว่างปี 2552–2553 ก่อนที่จะกลับมาเล่นให้กับทีม หนองคาย วีซี, ไซโจเด็นกิ-นครนนทบุรี และ ช้าง ปัจจุบัน วรรณา บัวแก้ว กลับมาเล่นให้กับสโมสร อิกติซาดชิ บากู วีซี อีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี พ.ศ. 2553-2554 วรรณา บัวแก้ว หลุดทีมชาติไป 1 ปี ซึ่งในตอนนั้น เธอเองก็คิดในใจว่าอาจจะลาทีมชาติ และหันมารับทำงานประจำที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กองพัฒนาธุรกิจ เธอไม่มีชื่อติดทีมสโมสรหญิงชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศเวียดนาม เนื่องจากฟอร์มที่ไม่ดีและอายุที่มากขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุทำให้วรรณา บัวแก้ว คิดจะเลิกเล่นทีมชาติถาวร แต่ด้วยกำลังใจจากแฟนคลับและน้อง ๆ ในทีม ทำให้วรรณา บัวแก้ว ฮึดสู้ เพื่อกลับมาแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติอีกครั้ง
ในปี พ.ศ. 2555 วรรณา บัวแก้ว ได้กลับมาแข่งขันในรายการ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ อีกครั้ง และในครั้งนี้ เธอสามารถพาทีมชาติไทยไปได้ไกลถึงอันดับที่ 4 แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอไปถึงฝั่งฝัน เพราะทีมชาติไทยไม่สามารถไปเล่นในกีฬาโอลิมปิก ปี ค.ศ. 2012 ที่กรุงลอนดอน ซึ่งกีฬาโอลิมปิกเอง ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ทัวร์นาเมนต์เดียว ที่วรรณา บัวแก้ว ยังไม่เคยสัมผัส
ในปี พ.ศ. 2556 วรรณา บัวแก้ว ไม่มีชื่อติดทีมชาติไปเล่นในรายการ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ แต่เธอเองก็ไม่หวั่น เพราะอยากเปิดทางให้กับเด็กรุ่นใหม่ และด้วยสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม อยากเก็บร่างกายไว้เล่นทัวร์นาเมนต์อื่น ๆ มากกว่า
อย่างไรก็ตาม ด้วยผลงานอันโดดเด่นที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติหลายครั้ง ก็ทำให้ วรรณา บัวแก้ว ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นตติยดิเรกคุณาภรณ์ (ต.ภ.) ในปี พ.ศ. 2553 สร้างความปลาบปลื้มให้กับตัวเธอและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง
ในเรื่องชีวิตส่วนตัวนั้น วรรณา บัวแก้ว มักจะชอบช้อปปิ้ง หาของกินอร่อย ๆ และที่สำคัญคือ ชอบดูละคร เธอบอกว่ายิ่งละครน้ำเน่ายิ่งชอบ ^^ ส่วนดาราที่ชื่นชอบนั้น ก็คือคู่ขวัญคนดังอย่าง ณเดชน์ ญาญ่า และนางเอกสาวสุดฮอต อั้ม พัชราภา นั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น